หนี้ครัวเรือนทะลุ 15 ล้านล้านบาท
สภาพัฒน์เผยไตรมาสแรกปีนี้หนี้สินครัวเรือนยังทรงตัวในระดับสูง สินเชื่อรถยนต์ เริ่มผิดนัดชำระมากขึ้น ขณะที่หนี้เสียยังอยู่ในกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรกดเงินสด แนะแบงค์ชาติปรับโครงสร้างหนี้เข้มงวดธนาคารจัดโปรโมชั่นผ่อน 0%
วันที่ 22 พ.ค.2566 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงาน สภาการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รายงานภาวะทางสังคมไทยไตรมาสแรกของปี 2566 ว่า อัตราการจ้างงานและการว่างงานกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้มีการจ้างงานทั้งในและนอกภาคเกษตรกรรมมากขึ้น แรงงานมีชั่วโมงทำงานล่วงเวลาและค่าจ้างเพิ่มขึ้น เฉลี่ย 15,118 บาทต่อคนต่อเดือน
ด้านหนี้ครัวเรือนไทยไตรมาส 4 ของปี 2565 ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อยู่ที่ร้อยละ 86.9 ของ GDP คิดเป็นมูลหนี้ 15.09 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นหนี้จากสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกันต้องจับตาสินเชื่อรถยนต์ที่พบว่ามีการผิดนัดชำระเพิ่มมากขึ้น และในกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลบัตรกดเงินสดก็มีหนี้เสียเพิ่มขึ้น ทั้งในแง่มูลค่าและจำนวนบัญชีเมื่อเทียบกับช่วงสถานการณ์โควิด-19
หนี้ครัวเรือนที่มีแนวโน้มทรงตัวระดับสูงเช่นนี้ จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป จึงสนับสนุนให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ดำเนินนโยบายปรับโครงสร้างหนี้รายย่อย และกำชับสถาบันการเงิน ระมัดระวังในการทำตลาด ผ่อนดอกเบี้ย 0% และมุ่งส่งเสริมการให้ความรู้การเงินกับประชาชน
ด้านภาวะการเจ็บป่วยโรคเฝ้าระวัง ไตรมาสแรกของปี 2566 มีอัตราเพิ่มขึ้นจากการเปิดภาคเรียน เช่นเดียวกับ แนวโน้มผู้ป่วยโรคโควิด-19 และโรคลมแดด หรือ ฮีทโตรก แต่สุขภาพจิตคนไทยมีแนวโน้มดีขึ้น ทํ้งนี้ต้องจับตาประชากรในวัย 19-24 ปีที่มีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้น


ไม่มีความคิดเห็น