รัฐบาลก้าวไกลส่อแท้ง
การจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคก้าวไกลไม่ราบรื่น เมื่อ 2 พรรคใหญ่อย่างก้าวไกลกับเพื่อไทยเปิดศึกแย่งเก้าอี้ประธานสภาฯแบบไม่มีใครยอมใคร ต่างมีข้ออ้างเรื่องความเหมาะสมและภารกิจที่ต้องผลักดันผ่านสภาฯ
ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคก้าวไกลตลอดวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา มีประเด็นที่แสดงให้เห็นถึงความไม่ลงรอยระหว่าง 2 พรรคใหญ่อย่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ทั้ง 2 พรรคแสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการให้คนของพรรคดำรงตำแหน่งประธานสภา ฯ
ในส่วนของพรรคเพื่อไทยนายแพทย์ชลน่านศรีแก้วทหัวหน้าพรรคและนายอดิศร เพียงเกษ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนไปในทิศทางเดียวกันว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่มีมานานมีบุคลากรที่เหมาะสมทั้งคุณวุฒิวัยวุฒิในการดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ
ส่วนที่อ้างว่าพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต้องได้ตำแหน่งประธานสภาฯเพราะเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมานั้นคงไม่จริง ในอดีตที่ผ่านมาก็มีหลายครั้งที่พรรคการเมืองร่วมรัฐบาลที่มีเสียงน้อยกว่าได้ตำแหน่งประธานสภาฯอย่างกรณีของนายอุทัย พิมพ์ใจชน ที่ขณะนั้นพรรคเอกภาพมีเพียง 3 เสียงแต่ก็ยังได้ตำแหน่งประธานสภาฯ
ขณะที่พรรคก้าวไกลออกแถลงการณ์อย่างชัดเจนโดยระบุว่า พรรคต้องการตำแหน่งประธานสภาฯ เนื่องจากเป็นตำแหน่งสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยตามที่พรรคหาเสียงไว ้นอกจากนี้ประธานสภาฯ ยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันกฎหมายต่างๆ ตามแนวทางของพรรคที่ต้องการเข้าไปเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่อาจทำให้การจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคก้าวไกลมีปัญหาคือกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐที่เคยยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ตรวจสอบคุณสมบัตินายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลกรณีถือหุ้นไอทีวี ทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัครส.ส.
ล่าสุดนายเรืองไกร ได้เดินทางไปที่กกต.อีกครั้งเพื่อยื่นเรื่องให้กกต.พิจารณายุบ 8 พรรคการเมืองที่ร่วมกันลงนามใน MOU จัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากมองว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อพระราชบัญญัติพรรคการเมืองเพราะ MOU ที่ทุกพรรคร่วมกันลงนามนั้นเป็นการเปิดทางให้แต่ละพรรคก้าวก่ายหรือครอบงำการตัดสินใจพรรคการเมืองอื่นโดยที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองนั้น เพราะ MOU ผูกมัดให้แต่ละพรรคต้องทำตามข้อตกลงที่ลงนามกันไว้

ไม่มีความคิดเห็น