Header Ads

banner-top.jpeg

กกต.สอบฟันอาญา "พิธา" จำคุก 10 ปี ตัดสิทธิ์ 20 ปี



กกต.ตีตก 3 คำร้องสอบ "พิธา" ถือหุ้นสื่อไอทีวี เนื่องจากยื่นมาเลยระยะเวลาที่กำหนด แต่ตั้งเรื่องสอบต่อเองเพื่อเอาผิดกรณีรู้ตัวว่าขาดคุณสมบัติแต่ยังลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส. นักวิชาการชี้โทษหนักจำคุก 1-10 ปีตัดสิทธิ์ทางการเมือง 20 ปีแต่ต้องสู้กันอีกนานเพราะเป็นคดีในอำนาจของศาลยุติธรรมไม่ใช่อำนาจชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานผลการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมาที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ด้วยคะแนน 6 ต่อ 0 ตีตกคำร้องให้สอบคุณสมบัตินายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์หัวหน้าพรรคก้าวไกล กรณีถือหุ้นสื่อไอทีวี ทำให้มีคุณสมบัติต้องห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ตามข้อกำหนดของกฎหมายรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเห็นว่าทั้ง 3 คำร้องที่ยื่นมานั้นเลยระยะเวลาที่จะรับไว้พิจารณา 

อย่างไรก็ตามกกต.เห็นว่าข้อมูลที่ผู้ร้องนำเสนอมานั้นมีข้อเท็จจริงให้สามารถไต่สวนต่อได้ว่าการถือหุ้นไอทีวีของนายพิธา เข้าข่ายเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และรู้อยู่แล้ว ว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากมีลักษณะต้องห้าม แต่ได้สมัครรับเลือกตั้ง อันเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 42(3) และมาตรา 151 แห่ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จึงเห็นควรพิจารณาสั่งให้ดำเนินการไต่สวนเป็นกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฎ โดยคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนที่ได้รับแต่งตั้งจะดำเนินการไต่สวนตามขั้นตอนและระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระเบียบต่อไป

นายชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการ ให้ความเห็นว่า การสอบเอาผิดนายพิธาเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 42 (3) และมาตรา 151 ตามพรป.เลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งมีโทษโทษจําคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น มีกำหนด 20 ปี 

แต่กรณีนี้ต้องใช้เวลาอีกยาวนาน เพราะเรื่องจะอยู่ในอำนาจการพิจารณาของของศาลยุติธรรม ไม่ใช่อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ถ้ากกต.สอบสวนเสร็จและมีมติให้มีความผิดจะต้องไปดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งมีขั้นตอนต้องส่งสำนวนต่อไปยังพนักงานอัยการถ้าอัยการส่งฟ้องก็ต้องต่อสู้กันถึง 3 ศาลเรื่องนี้จึงต้องใช้เวลาอีกนาน

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. ระบุว่า กรณี กกต. ไม่รับคำร้องหุ้นสื่อของ 3 นักร้อง  แต่รับไว้เองในฐานะความปรากฏ เพื่อดำเนินคดี ตามมาตรา 151 ของ พ.ร.ป.ส.ส.

1. ไม่รับคำร้องของผู้ร้อง แต่รับเป็นความปรากฏ แปลว่า กกต.รับเป็นเจ้าภาพเอง

2. ดำเนินคดีอาญา ม. 151 คือ หาก กกต. พบว่า นายพิธา สมัครโดยขาดคุณสมบัติ กกต. แจ้งความดำเนินคดีผ่าน ตำรวจ อัยการ ไปศาลอาญาได้เลย  ไม่ต้องพึ่งศาลรัฐธรรมนูญ  โทษ จำคุก 1-10 ปี  ปรับ 20,000-200,000 บาท ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 20 ปี

3. การร้องคดีถือหุ้นสื่อยังร้องได้หลังมีการรับรอง ส.ส.แล้ว ตามมาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญ โดย ส.ส. 50 คน หรือ ส.ว. 25 คน หรือ กกต.ร้องเองในฐานะความปรากฏ  เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพิกถอนการเป็น ส.ส. และตัดการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้อีกรอบ

4. สรุป หนักกว่าเดิมครับ


ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.