Header Ads

banner-top.jpeg

ปตท.เพิ่มงบลงทุนปีนี้อีก 60,254 ล้าน


ปตท.อัดงบลงทุนปี 66 เพิ่มอีก 60,254 ล้านบาท รวมของเดิมที่อนุมัติไว้ก่อนหน้าเป็นเกือบ 100,000 ล้านบาท 

          การประชุมคณะกรรมการบริหารหรือ บอร์ด บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา อนุมัติเพิ่มกรอบเงินลงทุนปี 2566 อีก 60,254 ล้านบาท รวมเป็น 93,598 ล้านบาท 

          ทั้งนี้ปตท.ได้ทำหนังสือลงนามโดย นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ แจ้งผลการประชุมต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า บริษัท ขอเรียนให้ทราบว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท. ครั้งที่ 6/2566 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้ทบทวนแผนการลงทุนของ ปตท. และบริษัทที่ ปตท. ถือหุ้น 100% และอนุมัติให้ปรับแผนการลงทุนสำหรับปี 2566 เพิ่มขึ้นอีก 60,254 ล้านบาท จากเดิมตั้งไว้ที่ 33,344 ล้านบาท รวมเป็น 93,598 ล้านบาท

          สำหรับงบลงทุนใหม่ปี 2566 วงเงิน 93,598 ล้านบาท ถูกแบ่งเป็น 5 ส่วน ส่วนที่เพิ่มขึ้นมี 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจท่อส่งก๊าซธรรมชาติ เดิมตั้งไว้ที่ 7,503 ล้านบาท เพิ่มเป็น 7,945 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 442 ล้านบาท และการลงทุนในบริษัทที่ ปตท.ถือหุ้น 100% เดิมตั้งไว้ที่ 12,515 ล้านบาท เพิ่มเป็น 73,779 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61,264 ล้านบาท

          ส่วนกลุ่มธุรกิจที่งบลงทุนลง มี 3 ธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ที่เดิมตั้งไว้ 10,023 ล้านบาท ลดลงเหลือ 9,162 ล้านบาท หรือลดลง 861 ล้านบาท 

          ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย เดิมตั้งไว้ 863 ล้านบาท ลดเหลือ 769 ล้านบาท ลดลง 94 ล้านบาท 

         ธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐานและสำนักงานใหญ่ เดิมตั้งไว้ 2,440 ล้านบาท เหลือ 1,943 ล้านบาท หรือลดลง 497 ล้านบาท 

          การทบทวนแผนการลงทุน ส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนแปลงการลงทุนในบริษัทที่ ปตท. ถือหุ้นร้อยละ 100% เช่น เงินลงทุนสำหรับรองรับการร่วมลงทุนของบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด ในโครงการ LNG Receiving Teminal แห่งที่ 2 และการร่วมลงทุนในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้ครบวงจร โดยหลักจากโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของ บริษัท ฮอริษอน พลัส จำกัด และโรงงานผลิตแบตเตอรี่ ในประเทศไทยของบริษัท อรุณ พลัส จำกัด 

          สำหรับการลงทุนในโครงการอื่นๆ ที่เป็นธุรกิจหลัก (Core Business) ของ ปตท. เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ ยังคงเป็นไปตามแผนการลงทุนเดิม

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.