Header Ads

banner-top.jpeg

กทม.เริ่มเก็บค่าบำบัดน้ำเสียปลายปีนี้



กทม.เตรียมเก็บค่าบำบัดน้ำเสียจากอาคารสำนักงาน โรงแรม โรงงาน มีผู้ประกอบการกว่า 100,000 รายเข้าเกณฑ์ต้องจ่ายภายในปลายปีนี้ ส่วนบ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม หอพัก อพาร์ทเม้นท์ ยังไม่จัดเก็บ

         นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม). เปิดเผยความคืบหน้าการจัดเก็บค่าบำบัดน้ำเสียซึ่งจะเริ่มจัดเก็บในช่วงปลายปีนี้ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมทำสัญญาขอข้อมูลผู้ใช้น้ำกับการประปานครหลวง (กปน.) เพื่อนำมาใช้คำนวณคิดค่าบำบัดน้ำเสีย 

          การเก็บค่าบำบัดน้ำเสีย จะเริ่มเก็บจาก อาคาร ประเภทที่ 2 คือ สำนักงาน หน่วยงานรัฐ เอกชน องค์กร และสถานประกอบการที่ใช้น้ำไม่เกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตร ส่วนนี้จะถูกคิดอัตราค่าธรรมเนียม 4 บาทต่อลูกบาศก์เมตร

          อาคารประเภทที่ 3 คือกลุ่มที่ใช้น้ำเกินกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน เช่น โรงแรม โรงงาน กลุ่มนี้จะถูกเก็บค่าบำบัดน้ำเสียสูงสุดคือลูกบาศก์เมตรละ 8 บาท 

          "วิธีคำนวณง่าย ๆ ให้นำปริมาณน้ำที่ใช้ในเดือนนั้น คิดออกมาเป็นค่าน้ำเสีย 80 เปอร์เซ็นต์ แล้วคูณด้วยค่าธรรมเนียม 8 บาท จะได้ค่าบำบัดน้ำเสียที่ต้องชำระ ส่วนประชาชนที่ใช้น้ำตามบ้านเรือน คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ หอพัก กทม.ยังไม่จัดเก็บ"

          ผู้ว่าฯกทม. กล่าวอีกว่า ข้อดีของการจัดเก็บค่าบำบัดน้ำเสียคือผู้ประกอบการไม่ต้องเสียเงินบำบัดน้ำเสียเอง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในส่วนนี้  ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่เข้าข่ายต้องจ่ายค่าบำบัดน้ำเสียอยู่ประมาณ 100,000 ราย โดยกทม.จะเดินหน้าทำความเข้าใจก่อนที่จะมีการจัดเก็บในช่วงปลายปีนี้ 

          นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า ข้อดีอีกอย่างของการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียคือจะทำให้ประชาชนตระหนักเรื่องการใช้น้ำมากขึ้นเพราะถ้าใช้มากก็ต้องจ่ายค่าบำบัดน้ำเสียมาก ถือเป็นการดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการประหยัดทรัพยากรน้ำเพราะเมื่อต้องจ่ายค่าบำบัดน้ำเสียบรรดาอาคารสำนักงานต่างๆจะต้องออกมาตรการเรื่องประหยัดน้ำมากขึ้น 

          "กทม.มีแหล่งบำบัดน้ำอยู่ทั้งหมด 8 แห่ง โดยดึงน้ำจากครัวเรือน และแหล่งต่าง ๆ มาบำบัดที่ส่วนกลางก่อน ปล่อยลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งที่ผ่านมากทม.บำบัดให้ฟรีโดยต้องเสียค่าดำเนินการอยู่ปีละประมาณ 600 ล้านบาท" ผู้ว่าฯกทม. กล่าว 

 

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.