สร้างสุขภาพทางการเงินให้พนักงาน
ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและการเชื่อมต่ออย่างไร้พรมแดน
เราปฎิเสธไม่ได้ว่าความรู้ทางการเงินเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนควรมี
เพื่อบริหารจัดการด้านการเงินส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในขณะที่โลกของเรากำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและพึ่งฟื้นตัวจากการระบาดของโควิด-19
ความกังวลเกี่ยวกับการเงินยังคงมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จากผลวิจัยล่าสุดจากบริษัท Mintel บริษัทข่าวกรองการตลาดระดับโลกพบว่า
ผู้บริโภคชาวไทยประมาณ 8 ใน 10 คนประสบกับปัญหาด้านสุขภาพจิตในช่วง 6
เดือนที่ผ่านมา
ความท้าทายทางด้านการเงินไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยที่ส่งผลทำให้สุขภาพจิตย่ำแย่
แต่ยังส่งผลกระทบอย่างมากต่อตัวบุคคลและองค์กรที่พวกเขาทำงานด้วย
ความเครียดทางการเงินและผลกระทบ
เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าความเครียดทางการเงินสามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต
เช่นภาวะซึมเศร้าและความคิดฆ่าตัวตาย จากการศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่าร้อยละ 46
ของผู้ที่มีหนี้สินมักจะมีอาการทางจิตควบคู่เช่นกัน
นอกจากนี้
ความเครียดทางการเงินยังนำไปสู่ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลงของพนักงานในองค์กร
ส่งผลให้คุณภาพงานแย่ลง ความสัมพันธ์ในองค์กรตึงเครียดมากขึ้น และอาจส่งผลให้อัตราการลาออกของพนักงานเพิ่มสูงขึ้น
งานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าพนักงานที่มีความเครียดทางการเงินมีแนวโน้มที่จะหางานใหม่เพิ่มขึ้นสองเท่าและมีประสิทธิภาพการทำงานลดน้อยลงถึงห้าเท่า
นอกจากผลกระทบต่อตัวพนักงานเอง
ปัญหาดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อนายจ้างที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
เช่น ค่าล่วงเวลาของพนักงาน ค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงาน และค่ารักษาพยาบาล
เจาะลึกถึงกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการเงิน
การศึกษาซึ่งจัดทำโดย
Google
Temasek และ Bain & Company ในปี 2562
ระบุว่าชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า 6 ใน 10 คน
ถูกประเมินว่าเป็นผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการธนาคารได้อย่างเต็มที่
ประชาชนในกลุ่มนี้อาจมีบัญชีธนาคาร แต่มักใช้บริการทางการเงินนอกระบบธนาคาร
หรือบางคนอาจไม่มีบัญชีธนาคารเลย
ในบรรดากลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน
มีกลุ่มย่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
กลุ่มแรงงานค่าแรงต่ำ ลูกจ้างรายวัน คนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน และนักศึกษา
ซึ่งล้วนได้รับผลกระทบจากความเครียดทางการเงิน โดยเฉพาะนักศึกษา
ที่ต้องเผชิญกับความกดดันอย่างมากในเรื่องของการเรียน
และปัญหาทางการเงินมักทำให้ระดับความเครียดของพวกเขายิ่งแย่ลง
มีนักศึกษาเพียงร้อยละ 3 เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงเงินกู้จากธนาคารได้
ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่นายจ้างจะสามารถสร้างความแตกต่างได้
โดยการมุ่งเน้นช่วยประชากรกลุ่มนี้
เนื่องจากพวกเขาคือกลุ่มคนที่จะเป็นพนักงานที่มีศักยภาพของบริษัทในอนาคต
ในทำนองเช่นเดียวกับกลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน มีพนักงานจำนวนมากที่ได้รับค่าแรงขึ้นต่ำ
และใช้เงินเดือนชนเดือน ต้องการความช่วยเหลือ
เพราะพวกเขามักจะประสบปัญหาในการขออนุมัติเงินกู้จากธนาคาร
เนื่องจากมีประวัติทางการเงินที่จำกัด ด้วยเหตุนี้
จึงไม่น่าแปลกใจที่ปัญหาทางการเงินกลายเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของความเครียดสำหรับพนักงานเหล่านี้
โดยมีพนักงานค่าแรงต่ำ 1 ใน 5 คน (ร้อยละ 21)
กล่าวว่าความเครียดส่งผลกระทบทางด้านลบต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพวกเขา
เส้นทางสู่ภูมิคุ้มกันทางการเงิน
ความเครียดทางการเงินเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม ต้นเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการขาดความรู้ทางการเงิน วินัยในการออม
และโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อหรือทรัพยากรจากธนาคารรูปแบบเดิม
ซึ่งเป็นเหตุนำไปสู่วงจรหนี้สินไม่รู้จบ
การสร้างเสริมโอกาสให้แก่พนักงานในกลุ่มนี้ให้เข้าถึง
เครื่องมือที่จะสามารถทำให้พวกเขามีความมั่นคงทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญ
เพื่อขจัดวงจรความเครียดทางการเงินให้หมดไป
ควรจัดให้มีแนวทางแก้ไขที่จะให้การสนับสนุนพวกเขาและให้ความรู้ทางการเงินที่ครอบคลุม
สิ่งนี้จะทำให้พนักงานสามารถตัดสินใจทางการเงินได้อย่างชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีในปัจจุบันนั้นมีบทบาทสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน
ทั้งในประเทศไทย และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตัวอย่างเช่น Mula-X
ซึ่งเป็นบริษัทฟินเทค (FinTech) ที่สร้างขึ้นโดยนายธนาคารมุ่งเน้นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินโดยใช้เทคโนโลยีให้กับกลุ่มประชากรที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างเต็มที่
โดย Mula-X ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีแอปพลิเคชันขั้นสูงบนอุปกรณ์มือถือ
โมเดลข้อมูลทางเลือก API และระบบคลาวด์
เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ช่วยกลุ่มประชากรที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างเต็มที่
ให้สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็ว ง่ายดายและคุ้มค่า
นอกจากนี้
นายจ้างก็มีบทบาทสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้แก่พนักงานเช่นกัน
นอกจากนายจ้างจะตระหนักถึงความรับผิดชอบของตนในการดูแลให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีผ่านการประกันสุขภาพ
นายจ้างควรจะให้ความสนใจในสุขภาพทางการเงินของพนักงานเช่นกัน
โดนเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคำนึงถึงผลกระทบที่มีนัยยะสำคัญต่อทั้งสองฝ่าย
การทำงานร่วมกับบริษัทฟินเทคอย่างเช่น
Mula-X
สามารถช่วยนายจ้างหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเครียดทางการเงินของพนักงาน ซ
โดยช่วยทำให้สามารถเข้าถึงเงินฉุกเฉินได้ทันทีที่ต้องการ
และเข้าถึงเครื่องมือที่ให้ความรู้ทางการเงิน การออม
ระเบียบวินัยและการตัดสินใจที่ดีขึ้น
ท้ายที่สุดแล้ว
ความรู้ทางการเงินเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ทั้งในด้านของตัวของพนักงานเองและองค์กร ผู้นำธุรกิจควรเป็นผู้ชี้นำทางและค้นหาระบบที่จะช่วยให้พนักงานสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินที่ยั่งยืน
พร้อมปลดล็อกศักยภาพของพวกเขาในการปฏิบัติงาน
ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่นายจ้างที่มีจริยธรรมและมีความรับผิดชอบพึงกระทำ และนอกจากนั้นก็จะให้ผลบวกในเชิงธุรกิจด้วย
บทความโดย : จารุมณี นาคะศิริ ผู้บริหารสูงสุด
ฝ่ายกลยุทธ์และธรรมาภิบาล Mula-X


ไม่มีความคิดเห็น