Header Ads

banner-top.jpeg

ส่ง"วันนอร์"นั่งประธานสภาฯ


เปิดสมัยประชุมรัฐสภาอย่างเป็นทางการแล้ว ประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก 4 ก.ค. 66 "เพื่อไทย-ก้าวไกล" ยุติขัดแย้ง เสนอชื่อ "วันนอร์" นั่งตำแหน่งประธานสภาฯ ส่วนเก้าอี้รองประธานสภาฯแบ่งกันพรรคละ 1 ที่นั่ง

          เมื่อที่ 3 กรกฎาคม 2566 เวลา 17.16 น. ที่อาคารรัฐสภา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส ว่า บัดนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลง และมีการเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช 2566 แล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดประชุมรัฐสภาตั้งแต่วาระนี้เป็นต้นไป

          การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกจะมีขึ้นในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้เพื่อลงมติเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง 8  พรรค ที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลได้ข้อสรุปเรื่องผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลต่างต้องการตำแหน่งนี้โดยไม่มีใครยอมกันจนทำให้เกิดรอยร้าวในกลุ่มพรรคการเมืองที่จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล

          ล่าสุดหลังการประชุมหารือร่วมกันระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ ทั้ง 2 พรรคได้ข้อสรุปร่วมกันแล้วโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแกนนำพรรคเพื่อไทยที่นำโดยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค ร่วมกันแถลงผลประชุมระบุว่า

          ผลการหารือร่วมกันระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยได้ข้อสรุปดังนี้ 

          1.เสนอชื่อ นาย วันมูหะหมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย เป็นรองประธานสภาคนที่ 2 โดยพรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคเป็นธรรม พรรคเพื่อไทยรวมพลัง และพรรคพลังสังคมใหม่ พร้อมให้การสนับสนุนตามข้อตกลงนี้

          2.บุคคลที่จะปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมผลักดันวาระที่ทำให้รัฐสภาไทยก้าวหน้า ให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีประสิทธิภาพ และเป็นของประชาชน

          3.ข้อตกลงเรื่องตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพระหว่าง 8 พรรคในการจัดตั้งรัฐบาล เสนอและสนับสนุน นาย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี อย่างสุดความสามารถ โดยดำเนินการตามข้อตกลง MOU ที่ได้แถลงร่วมกันเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2566

          4.พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยยืนยันร่วมกันให้ความเห็นชอบกฎหมายสำคัญเพื่อประชาชน ซึ่งรวมถึงการนิรโทษกรรมคดีแสดงออกทางการเมือง และการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ร่างพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก และร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  ตามที่พรรคก้าวไกลเสนอ

          พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย เชื่อมั่นว่าข้อตกลงเรื่องประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเข้าไปบริหารประเทศ ตามเจตนารมณ์ที่ประชาชนได้แสดงออกอย่างชัดเจนผ่านการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.