"ชัชชาติ"ให้คะแนนตัวเอง 5 เต็ม 10
"ชัชชาติ" โชว์ผลงานรอบ 1 ปี ทำแล้ว 211 นโยบายจาก 216 นโยบาย คัดแยกขยะได้รับความร่วมมือสูงช่วยประหยัดงบกว่า 100 ล้าน เผยมีหลายนโยบายทำแล้วไม่สอดคล้องกับภาวะปัจจุบันต้องปรับเปลี่ยนใหม่ ให้คะแนนตัวเองแค่ 5 เต็ม 10 เพื่อจะได้มีโอกาสพัฒนาการทำงานต่อไป
วันที่ 13 มิ.ย.66 ที่ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงผลการดำเนินงานในโอกาสครบรอบ 1 ปีของการดำรงตำแหน่งโดยระบุว่า ตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชน 9 ด้าน 9 ดี 216 นโยบาย เมื่อเข้ามารับตำแหน่งได้มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางที่สามารถปฏิบัติได้จริงภายใต้กรอบต่างๆ และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้มากขึ้น
สำหรับนโยบาย 9 ด้าน 9 ดีใหม่ประกอบด้วย เดินทางดี ปลอดภัยดี โปร่งใสดี สิ่งแวดล้อมดี สุขภาพดี เรียนดี เศรษฐกิจดี สังคมดี และบริหารจัดการดี รวม 226 นโยบาย โดยเริ่มดำเนินการไปแล้ว 211 นโยบาย
ส่วน 11 นโยบายที่ยังไม่ได้ดำเนินการ เป็นเรื่องที่กทม.ไม่สามารถดำเนินการได้เองทั้งหมดต้องประสานกับหน่วยงานอื่น
"มีบางเรื่องที่ทำไปแล้วต้องปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมเช่นเรื่องห้องให้นมบุตรที่ทำแล้วไม่ค่อยมีคนมาใช้เนื่องจากปัจจุบันคนมีบุตรน้อยลงและเรื่องห้องสมุดเคลื่อนที่ในชุมชนต้องปรับมาเป็นห้องสมุดออนไลน์แทน"
นายชัชชาติ กล่าวว่า ด้านความโปร่งใส หัวใจของความโปร่งใสคือการนำ Traffy Fondue เข้ามาใช้ เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน เรื่องเวลาก็รวมอยู่ด้วย การที่เราไม่แก้ปัญหาให้รวดเร็วเหมือนเราทุจริตเวลาของประชาชน เพราะเขาต้องอยู่กับปัญหาความยากลำบาก ซึ่ง Traffy Fondue เป็นพลังที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานของกทม. ทำให้ข้าราชการและบุคลากรของกทม.ตื่นตัวในการแก้ปัญหาให้ประชาชนมากขึ้น
"ช่วงที่ผ่านมา มีประชาชนแจ้งเรื่องมาประมาณ 300,000 เรื่อง แก้ไขเสร็จแล้วประมาณ 200,000 เรื่อง และมีการทำงานระหว่างหน่วยงานอย่างไร้รอยต่อ มีการเปิดเผยชุดข้อมูลจากเดิม 400 ชุดข้อมูล ปัจจุบันเปิดเผย 720 ชุดข้อมูล ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของประชาชน"
สำหรับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมดี ดำเนินโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น โดยปลูกต้นไม้ไปแล้ว 400,000 ต้น สวน 15 นาที เริ่มดำเนินการกว่า 100 แห่ง เพิ่มแล้วเสร็จ 28 แห่ง (26 ไร่) มี Pet Park 5 แห่ง ซึ่งมีสัตว์เลี้ยงมาใช้บริการแล้วมากกว่า 4,500 ตัว ในส่วนของการจัดการอากาศ กทม.มีการตรวจฝุ่น 9,291 สถานประกอบการ ตรวจควันดำ 131,537 คัน รวบรวมเซนเซอร์ฝุ่นเข้าระบบ 622 จุด
ด้านการจัดการขยะ ประชาชนและผู้ประกอบการร่วมโครงการแยกขยะมากกว่า 6,400 ราย ขยะลดลง 300-700 ตันต่อวัน ซึ่งทำให้ประหยัดงบประมาณไปได้กว่า 100 ล้านบาท
ด้านความปลอดภัยดี กทม.ดำเนินการแก้ไขจุดเสี่ยงภัยและอาชญากรรม โดยแก้ไขปัญหาไฟฟ้าดับ 28,000 ดวง จากไฟที่ดับประมาณ 28,100 ดวง เปลี่ยนหลอดไฟเป็นหลอด LED 11,400 ดวง จากเป้าหมาย 25,000 ดวง คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในอีก 2 เดือนข้างหน้า ติดตั้งกล้องCCTVป้องกันภัยด้านอาชญากรรมเพิ่ม 160 กล้อง รวมเป็น 60,972 กล้อง ปรับระบบการขอภาพจากกล้อง CCTV ให้สามารถขอได้ภายใน 24 ชั่วโมง ตรวจสถานประกอบการกลางคืนกว่า 300 แห่ง ปรับปรุงทางม้าลาย โดยทาสีขาว 378 แห่ง ทาสีแดง 156 แห่ง ติดไฟปุ่มกดข้ามถนน 52 แห่ง ติดไฟกระพริบ 50 แห่ง รวบรวมฐานข้อมูลเมือง 28 ชุด รวบเป็น 5 Risk Map
สำหรับโครงการขนาดใหญ่กทม.มีนโยบายดำเนินการอยู่คือการสร้างอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ การติดสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ สร้างรถไฟฟ้าเพิ่มอีก 3 สายคือสายสีเงินสายสีเทาและส่วนต่อขยายสายสีเขียวช่วงบางหว้าตลิ่งชันซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะใช้งบประมาณจากรัฐบาลหรืองบของกทมเองมาใช้ในการก่อสร้าง
ผู้ว่าฯกทม. กล่าวอีกว่า หัวใจของการทำงานในช่วงที่ผ่านมาเราดำเนินการตาม 5 หัวข้อคือ 1.เส้นเลือดฝอย 2.ความโปร่งใส 3.ใช้เทคโนโลยี 4.ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง และ 5.สร้างเครือข่ายความร่วมมือ
"หากจะให้ให้คะแนนการทำงานของตัวเองขอให้แค่ 5 เต็ม 10 เนื่องจากอยากเป็นน้ำพร่องแก้วเพื่อจะได้มีโอกาสพัฒนาในการทำงานต่อไป"
ภาพประกอบจาก : facebook สภากรุงเทพมหานคร


ไม่มีความคิดเห็น