"ชัชชาติ"จี้รัฐบาลเคลียร์ปมหนี้ BTS 2 หมื่นล้าน
กทม. หารือ BTS สะสางปัญหาหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว 20,000 ล้านบาท เตรียมส่งให้สภากทม. พิจารณา "ชัชชาติ" ชี้ปัญหามาจากการใช้ ม.44 จี้รััฐบาลตัดสินใจจะใช้วิธีหักลบกลบหนี้ตามเงื่อนไขสัมปทานหรือไม่
วันที่ 12 มิ.ย.66 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังหารือแนวทางแก้ไขปัญหาภาระหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว ร่วมกับ นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส ว่า วบีทีเอสมาหารือเรื่องกรณีค่าจ้างการติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ (E&M) ของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย 2 ที่ครบกำหนดชำระ ประมาณ 20,000 ล้านบาท
กรณีนี้กทม. ได้เตรียมตัวอยู่แล้วกระบวนการในการดำเนินการมีอยู่ 2 ขั้นตอนคือ 1. เรื่องที่กรุงเทพธนาคม (เคที) ไปจ้างบีทีเอสเดินรถ ซึ่งขณะนั้น กทม. มอบหมายให้เคทีเป็นผู้ดำเนินการ ขั้นตอนต่อไปที่จะดำเนินการได้คือต้องให้สภากทม. อนุมัติก่อน และเรื่องที่ 2 คือ หากจะชำระเงินก็ต้องเอาเงินที่เป็นสะสมจ่ายขาด ซึ่งทั้งสองเรื่องต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภากทม.
"เรามีคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งได้ประชุมกันมา 5 ครั้งแล้ว คาดว่าเมื่อเปิดประชุมสภากทมสมัยหน้าจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาได้ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยเฉพาะเรื่องการชำระเงินที่จะต้องพิจารณาให้รอบคอบเพื่อความถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง"
ผู้ว่าฯกทม.กล่าวอีกว่า นอกจากนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของสภากทมในสมัยหน้าแล้วอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องดำเนินการคู่ขนานกันไปคือเร่งรัดติดตามความชัดเจนจากรัฐบาลที่กทม.ทำหนังสือสอบถามไปหลายประเด็นเช่น การสนับสนุนจากรัฐบาลสําหรับโครงสร้างพื้นฐานกับค่าติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ (E&M) เนื่องจากเมื่อครั้งที่รัฐบาลใช้ ม.44 มอบหมายให้ กทม.เป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ได้ให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มาด้วย
อีกเรื่องคือ เรื่องที่ค้างอยู่ตาม ม. 44 จริงๆ แล้วตัวมูลหนี้ของ E&M อยู่ในเงื่อนไขสัญญาสัมปทานใหม่ที่เราส่งไปให้กระทรวงมหาดไทยเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณามติมูลหนี้ ถ้าเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ จะถูกหักลบด้วยสัญญาสัมปทาน ซึ่งตอนนี้เรื่องยังค้างอยู่ใน ครม.ยังไม่มีข้อยุติ คงต้องสอบถามและเร่งรัดขอความชัดเจนจากครม. ว่าจะเอาอย่างไร
"เราก็เห็นใจเอกชนเพราะมีภาระหนี้ที่เยอะ บีทีเอสก็เป็นตัวสำคัญที่ช่วยบรรเทาเรื่องการเดินทาง แต่ว่าเป็นระเบียบปฏิบัติซึ่งทั้งฝ่ายบริหารกับทางสภากทม. ก็เข้ามาหลังจากที่มีการดำเนินการไปแล้ว ก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามในกรอบระเบียบที่กำหนด” ผู้ว่าฯกทม.กล่าว
ที่มา : ข่าวและภาพประกอบจาก facebook กรุงเทพมหานคร


ไม่มีความคิดเห็น